วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

แอพพลิเคชั่น ทางเลือกสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่

 

วันนี้มาพบกับแอพพลิเคชั่นใหม่ Wedding Dress Studio บน iPad ช่วยให้เจ้าสาว ค้นหาและเลือกลองชุดแต่งงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลาแอพนี้เป็นอย่างไรไปชมกัน

 

บริษัท Wedding Reality Inc ในโทรอนโต ประเทศแคนาดา พัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่เพื่อช่วยเจ้าสาวตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานที่เหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องลองเสื้อผ้าทุกชุด ซึ่งมีตัวเลือกชุดดีไซน์แตกต่างกันกว่า 300 ชุด พร้อมทั้งข้อมูล รายละเอียด และเนื้อผ้า

 

  ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องอัพโหลดภาพร่าง กายตัวเองขณะสวมใส่เสื้อผ้าแน่นกระชับ ไม่ปิดบังรูปทรงของร่างกาย และทำเครื่องหมายบริเวณช่วงไหล่ สะโพก และเอว โปรแกรมจะตรวจสอบรายละเอียดบนภาพและเลือกภาพชุดเจ้าสาวมาซ้อนทับ แสดงภาพจำลองเนื้อผ้าทิ้งตัวและพลิ้วไปตามลำตัวของผู้สวมสำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่มทางเลือกให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น บริษัทวางแผนจับมือเป็นพันธมิตรกับร้านท้องถิ่นหลายแห่งในอนาคตเพื่อเสนอชุดเจ้าสาวแบบต่างๆ ให้เลือกผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ที่เปิดให้ใช้ฟรีและใช้ได้ทั่วโลก เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาลองชุดที่ร้านด้วยตัวเอง     

 

  นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นคล้ายกันเรียกว่า "Wedding Look Book" สำหรับอุปกรณ์มือถือทั้งไอโฟน และแอนดรอยด์ สามารถเรียกดูชุดเจ้า สาวแบรนด์ต่างๆ ได้มากกว่า 5,000 แบบ

โอ้เห็นแบบนี้แล้ว ใครมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่จะแต่งงานลองแนะนำให้เค้าลองใช้ดูนะครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ 
 SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

ไอศกรีมดับร้อน ชอบทานรสไหน บอกนิสัยคุณได้นะ


ในวันที่อากาศร้อน หลายๆคนต้องมองหาไอศกรีม ซึ่งไอศกรีมเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุด  นอกจากจะดับร้อนแล้ว คุณชอบไอศกรีมรสไหนยังบ่งบอกความเป็นคุณได้อีกด้วย  โดยวันนี้เรานำเกร็ดน่ารู้ทายนิสัยจากรสไอศกรีมมาฝาก ซึ่งมีที่มาจากการศึกษาของบริษัทผู้ผลิตไอศกรีมในสหรัฐ Edy's Grand Ice Cream โดย ดร.อลัน อาร์ เฮิร์ช ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาวิจัยและรักษาทางด้านการรับรู้กลิ่นและรสเมืองชิคาโก พบว่าบุคลิกภาพของคนเรานั้นสัมพันธ์กับรสชาติไอศกรีมที่ชื่นชอบ แต่รสชาติไหนจะบ่งบอกว่าคุณเป็นคนแบบใด มารับชมกันเลยครับ
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสวานิลลา
คุณเป็นคนชิลล์ๆ ร่าเริงสดใส อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอุ่นใจ ไปไหนจึงมีแต่คนรัก แต่อีกมุมหนึ่งก็แอบซ่อนความเจ้าชู้แบบไม่รู้ตัว เพราะลึกๆ แล้วเป็นคนขี้เบื่อ จึงแสวงหาเรื่องตื่นเต้น เร้าใจอยู่ตลอดเวลาค่ะ
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสช็อกโกแลต
คุณคืออาร์ตตัวแม่!! เซนซิทิฟ อ่อนไหว ช่างฝัน รักอิสระ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงเร็ว อัพเดทกันแบบนาทีต่อนาที ที่สำคัญปรี๊ดง่าย หายเร็ว แม้ภายนอกจะดูมั่นใจเกินร้อย แต่ลึกๆ แล้วก็แอบหัวโบราณนิดๆ เป็นคนยึดในขนบธรรมเนียมประเพณี ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พ่อแม่และคุณครูอบรมสั่งสอนเป็นอย่างมากค่ะ
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่
เป็นคนที่หลงใหลกับความหอมหวานของรสสตรอเบอรี่ มักเป็นคนที่มีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มองโลกในแง่ดี และมีความโรแมนติกสูง หวานแหวว ขี้อาย แต่ในทางกลับกันก็ขี้หึงเอาเรื่องนะคะ เอาเป็นว่าถ้ารักจะคบคนนี้ คงต้องยอมๆ กันหน่อย
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสกาแฟ
ไอศกรีมรสนี้ฟ้องว่าคุณ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบค่ะ มีความเป็นผู้นำสูงปรี๊ด มั่นใจเกินร้อย เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองอย่างเหลือล้น มีความรับผิดชอบ ชอบท้าทายตัวเองด้วยสิ่งที่ยากๆ เพราะเชื่อในสุภาษิตที่ว่า ความพยายามอยู่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสช๊อคโกแลตชิพ
คุณคือสมาชิกชมรม “โลกสวย” เชื่อว่าทุกสิ่งรอบตัวสวยงาม กระตือรือร้นและชอบความท้าทาย มักจะตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้สูง จนดูเป็นคนมั่นใจเกินไป เมื่อเจอปัญหาจะสู้ชนิดหัวชนฝา เรียกว่าแพ้ไม่เป็นเลยทีเดียวล่ะ
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสกระทิ
คุณเป็นคนสบายๆ มีโลกส่วนตัวสูงมาก รักสันโดษ ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตนมากนักเวลาคิดอะไรมักไม่ค่อยพูด แต่จะแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่า 
  ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมรสเชอร์เบต
คุณเป็นคนช่างฝัน อาจเข้าข่ายเพ้อฝันในบางครั้ง เข้ากับคนได้ง่ายรอบตัวคุณ จึงมีแต่ความสนุกสนาน จริงจังกับความรัก แถมยัง
โรแมนติกเอาการ ชอบสร้างบรรยากาศรักชวนฝัน ช่างเอาอกเอาใจ ใครได้เป็นแฟนถือว่าโชคดีมากมาย
ขอบคุณรูปจาก www.dek-d.com

ใครเป็นอย่างไรบ้างครับ ตรงกันบ้างไหมเอ่ย แล้วกลับมาพบกันใหม่นะครับกับ 
SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

ซิกเว่ เบรกเก้

วันนี้มาพบกับ คุณซิกเว่ เบรกเก้ เค้ามีแนวคิดต่างๆที่ดีๆมากมายลองมารับชมกันครับว่ามีอะไรเจ๋งๆบ้างครับ

บนไทม์ไลน์ของโซเชียลมีเดียของทั้งพนักงานและลูกค้าได้พูดถึงซิกเว่อย่างตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา พร้อมความหวังอันยิ่งใหญ่ที่ซิกเว่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและนำพาดีแทคเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์อีกครั้งเหมือนที่เขาเคยทำเมื่อหกปีก่อน...

"ซิกเว่ เบรกเก้" เป็นชาวนอร์เวย์โดยกำเนิด ก่อนที่จะรับตำแหน่งซีอีโอดีแทค ซิกเว่มีอาชีพหลากหลายมาก ตั้งแต่เป็นดีเจ เป็นครู เป็นผู้นำกรรมกร เป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐมนตรีช่วยกลาโหม ซิกเว่มารับตำแหน่งในดีแทคในฐานะซีอีโอร่วมคู่กับคุณวิชัย เบญจรงคกุล ในช่วงที่ดีแทคตกต่ำถึงขีดสุด โดยเขาสามารถพลิกฟื้นดีแทคให้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ผ่านกระบวนการทางการตลาดที่แหวกแนว



ซิกเว่ เบรกเก้การนำตัวเองเข้าสู่การเป็น "ซีอีโอ" ขวัญใจมหาชนอย่างน่าทึ่ง ถ้านึกถึงว่าเขาเป็นฝรั่งที่พูดไทยได้ไม่กี่คำ แต่ทำให้ชาวบ้านร้านตลาดรู้จัก จดจำและรักเขาได้ แต่ที่คนดีแทคดีใจที่สุดที่เขากลับมาอีกครั้ง ก็คือความเป็นผู้นำของเขาที่ทุกคนนับถือและพร้อมที่จะทุ่มใจให้อย่างเต็มที่

ผมเคยทำงานกับซิกเว่ในช่วงที่พลิกฟื้นดีแทคอยู่ 5-6 ปี หลังจากต่างคนต่างแยกย้ายไป ก็ยังติดต่อพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันเป็นระยะ

ซิกเว่ไปผจญความท้าทายใหม่ ๆ ที่ยากขึ้นและสูงขึ้นด้วยการเป็นซีอีโอของเทเลนอร์ที่อินเดียควบกับเป็นหัวหน้าใหญ่ของเทเลนอร์ภาคพื้นเอเชีย และเขาก็ทำได้ดีอย่างสุดขั้วด้วยการนำพาบริษัทที่อินเดียที่ไม่น่าจะมีทางรอด เพราะเป็นเจ้าใหม่เล็ก ๆ รายที่สิบสาม แถมถูกมรสุมการเมืองยึดใบอนุญาต แต่ก็ใช้ศักยภาพความเป็นผู้นำของเขาอย่างเต็มที่ จนบริษัทที่อินเดียพลิกฟื้นและอยู่รอดได้อย่างสง่างาม

ซิกเว่กลับมาเที่ยวนี้จึงน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาผ่านการเคี่ยวกรำศึกหนักจากที่อินเดียและเพิ่มพูนประสบการณ์จากการบริหารในอีกหกประเทศทั่วเอเชียมาจนเรียกได้ว่าเป็น "ซิกเว่เวอร์ชั่นใหม่" ที่เก๋ากว่าและรอบด้านกว่าเดิม รวมถึงการตกผลึกเรื่องวิชาการเป็นผู้นำที่เขาได้ใช้มาตลอดและคงจะเอามาใช้กับดีแทคในรอบนี้อีกครั้ง

ซิกเว่เพิ่งมาพูดให้กับหลักสูตร ABC เรื่องภาวะผู้นำ เขาสรุปกฎแห่งผู้นำไว้เจ็ดข้อจากประสบการณ์ที่ตกผลึกของเขา ผมเลยคิดว่าอยากจะเอามาเล่าในที่นี้ เพื่อที่จะได้เห็นว่าเขาจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงดีแทคในวิธีของเขาอีกครั้งอย่างไร

Rule 1 Leaders are chief storyteller "ซิกเว่" เชื่ออย่างมากว่า ผู้นำต้องเป็นคนเล่าเรื่องของบริษัทเองว่าบริษัทคือใคร ทำอะไรและมีเป้าหมายอย่างไร เขาเดินสายเล่าเรื่องด้วยตัวเองกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พนักงาน ผู้คุมกฎระเบียบ จนถึงลูกค้าที่อยู่ห่างไกล

Rule 2 A strategy can not be too simple too focused or too actionable
 กลยุทธ์บริษัท ไม่มีอะไรที่แคบไปง่ายไป หรือตรงเกินไป เขาเชื่อว่าการทำกลยุทธ์บริษัทต้องเป็นกลยุทธ์ที่เข้าใจง่าย ๆ จนถึงระดับล่างสุดขององค์กร และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างง่าย ๆ เขาชอบใช้กฎง่าย ๆ 3-4 ข้อในการเขียนกลยุทธ์ เช่น ที่อินเดียซึ่งเป็นรองคู่แข่งทุกอย่าง เขาตั้งกลยุทธ์ง่าย ๆ ว่า ต้อง Best in Basic, Best in Distribution และ Best in Cost

แค่สั้น ๆ แต่จำได้จนถึงพนักงานที่ตัวเล็กที่สุดขององค์กร โดยเขาทำหน้าที่เดินสายเล่าที่มาที่ไปและความสำคัญของกลยุทธ์ที่ง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ

Rule 3 What gets measured get done อะไรที่วัดได้ จะทำได้ เขาให้ความสำคัญกับการวัดผลในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมาก "ซิกเว่" จะพยายามวัดตั้งแต่เรื่องปกติ อย่างรายได้ หรือต้นทุน จนถึงการวัดเรื่องแบรนด์ เรื่องการให้บริการ อีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าอะไรที่วัดไม่ได้ ก็จะปรับปรุงไม่ได้

Rule 4 Stay honest ซิกเว่เป็นคนที่พูดตรง ๆ และเปิดเผยสถานะของบริษัทให้พนักงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้กระทั่งในช่วงวิกฤต เขาจะไม่พูดคำหวานหรือให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะเขาเชื่อว่าคนเราสามารถรับความจริงได้มากกว่าที่คนอื่นคิด ถ้าเขารู้สึกว่าไม่มีอะไรปิดบัง ในทางตรงกันข้าม ถ้าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้บริหารพูดและเกิดความไม่ไว้วางใจแล้ว ปัญหานั้นจะบานปลายและแก้ไขไม่ได้

Rule 5 Leaders walk the Talk ผู้นำใช้เท้าทำงาน ตอนที่ซิกเว่ทำงานที่ดีแทค เขาไปมามากกว่า 60 จังหวัด เดินสายพูดคุย เยี่ยมพนักงาน ลูกค้า ดีลเลอร์อย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ซิกเว่ได้จากการเดินก็คือข้อมูล ไอเดีย และการสร้างแบรนด์ไปในตัว และที่มากกว่านั้นคือการเป็นตัวอย่างให้พนักงานเห็นและทำตาม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญที่สุด

Rule 6 Remember to Celebrate ซิกเว่บอกว่า คนในวงการธุรกิจฉลองกันน้อยเกินไป เพราะความซีเรียสของตัวธุรกิจเอง เราก็เลยเข้าใจไปอย่างนั้น แต่ซิกเว่บอกว่าการให้ความสำคัญกับการฉลองหรือการให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการฉลองใหญ่ตอนสิ้นปี เพราะเขาบอกว่ามันเป็นการบอกพนักงานหรือคู่ค้าว่ามาถูกทางแล้ว และเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญกับทัศนคติที่ถูกต้อง

Rule 7 Everyone is Important ซิกเว่เล่าว่า ผู้บริหารเวลาได้รับตำแหน่งสูง ๆ มักจะเริ่มลืมตัว เริ่มใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง เริ่มมีอีโก้ และหลงลืมไปว่า การที่บริษัทจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เกิดจากแค่คนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเกิดขึ้นจากคนทั้งองค์กร ผู้นำที่ดีต้องไม่ดูถูกคนที่ต่ำกว่า และให้ความสำคัญทุกคนเท่ากัน ถึงจะสามารถสร้างชนเผ่า (Tribe) ที่เข้มแข็งได้

วันอังคารบ่ายที่ผ่านมา เป็นครึ่งวันแรกที่ "ซิกเว่" รับตำแหน่งใหม่ที่ดีแทค เขาเริ่มงานใหม่ด้วยการเรียกประชุมผู้บริหาร เล่ากลยุทธ์ที่เขาอยากให้ทำด้วยภาษาที่ง่าย ๆ ชี้แจงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา และใช้เวลาตลอดบ่ายจนถึงตอนเย็นเดินหาพนักงานทุกชั้น และไปเยี่ยมน้อง ๆ ที่ Call Center

ตอนค่ำ ๆ เขาโทร.มากึ่งเล่ากึ่งขอคำปรึกษาว่า เขาจะต้องเริ่ม "ออกเดิน" เยี่ยม และรับฟังความเห็นจากผู้คนนอกบริษัทโดยเร็ว ผมฟังน้ำเสียงของซิกเว่ก็รู้ถึงพลังและความตื่นเต้นอย่างน่าเอาใจช่วยไปด้วย

อาทิตย์นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่แค่คิดถึงความเป็น "ซิกเว่ เบรกเก้" ที่ผมรู้จัก ผนวกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เขาได้รับมา และความเป็นผู้นำของเขา ผมเองก็อดดีใจแทนคนใน "ดีแทค" ไม่ได้ รวมถึงดีใจแทนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวมไปด้วย เพราะการแข่งขันที่เข้มข้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าใครจะชนะ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ชม ลูกค้า และผมคงจะสนุกไปกับการแข่งขันรอบใหม่นี้แน่ ๆ

Credit:
brandbuffet

นี่นับได้ว่าแนวคิดและการกระทำมีผลมากมายเลยนะครับ ผมชอบเรื่อแนวคิดของเขาที่ว่า 
A strategy can not be too simple too focused or too actionable เป็นอะไรที่โดนใจมากครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ