วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

6 Quote จาก Richard Branson ที่ชี้ว่า ถ้าอยากสำเร็จ ต้องลุย!!


หากใครได้ยินชื่อ Richard Branson คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเขาคือนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากที่สุดระดับโลกคนหนึ่งในปัจจุบัน และไม่ใช่แค่นั้น นอกจากการเป็นนักธุรกิจแล้ว เขายังเป็นนักปรัชญา และนักผจญภัยอีกด้วย เขาเริ่มธุรกิจครั้งแรกตอนที่เขาอายุ 16 ปี ซึ่งนั้นเป็นธุรกิจแรก ของธุรกิจอีกหลายอย่าง ที่มีชื่อนายคนนี้เป็นคนกุมบังเหียน

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับชายคนนี้ ไม่ใช่ด้วยสาเหตุที่เขาร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งของโลกจากธุรกิจ Virgin Group ของเขา แต่มันคือความพยายามของเขา ในการที่จะสร้างสิ่งดีๆ กลับคืนให้กับโลกต่างหากล่ะ เขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนมากมาย จากการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกๆ วันของเขา เขาเป็นนักฝัน และไม่เคยเลย ที่เขาจะไม่กล้าเสี่ยง และสู้เพื่อสิ่งที่เขาต้องการ ถึงแม้เขาจะมีล้มเหลวบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และการเป็นผู้ประกอบการ ไม่มีคนไหนหรอก ที่ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเรียนรู้จากความล้มเหลว และผิดพลาดได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Richard Branson คือตัวอย่างที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า ทุกอย่างที่เขาเจอ ที่เขาสู้ และที่เขาผิดพลาด มันทำให้เขาประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งวันนี้ Kiitdoo ขอเอา Quote ของ Richard Branson ที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้ต่างๆ ของเขามาฝากกัน แล้วคุณจะถึงบางอ้อว่า ทำไมเขาถึงยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้!



1. “80% ของชีวิตหมดไปกับการทำงาน ในเมื่อเรามักจะต้องการที่จะมีความสุขและสนุกเมื่ออยู่บ้าน ทำไมเราถึงไม่อยากที่จะมีความสุขและสนุกเมื่ออยู่ที่ทำงานด้วยล่ะ”

หลายๆ คนตื่นมาทุกวันนี้พร้อมความรู้สึกที่ว่า “เบื่องาน ไม่อยากทำงาน หรือแม้กระทั่งเกลียดงานที่ทำอยู่” วิธีแก้ง่ายนิดเดียว ก็เปลี่ยนงานสิ! จำไว้นะว่า อย่าคิดว่า เราจะไม่สามารถหางานที่ดีกว่านี้ได้แล้ว หรือว่า เราโชคดีมากแล้ว เพราะยังมีคนตกงานอีกมากมาย

ชีวิตคนเรามันสั้น อย่าเสียเวลากับงานที่คุณไม่รัก หรือไม่ชอบ ลองจิตนาการชีวิตของคุณที่พอคุณตื่นมา คุณรู้สึกตื่นเต้นอยากมาทำงานทุกๆ วัน สิ่งนี้ ไม่ไกลเกินเอื้อม! คุณสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ เพียงแค่คุณต้องสู้กับมันสักตั้ง เท่านั้นเอง!



2. “คุณไม่ได้เรียนรู้จากการทำตามกฏ คุณจะได้เรียนรู้ เมื่อคุณลงมือทำ และการผิดพลาดบ้าง ล้มเหลวบ้าง นั่นแหละคือการเรียนที่แท้จริง!”

ความกล้า คือสิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับต้นๆ ของนักธุรกิจ! อย่าใช้ชีิวิตตามที่คนอื่นบอกให้คุณเป็น หรือสังคมคาดหวัง การที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณต้องกล้าคิดอะไรที่ต่างจากคนอื่น จำได้หรือไม่ว่า ครั้งหนึ่ง “เครื่องบิน” เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และคนต่างมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ดูวันนี้สิ มนุษยชาติก็ทำสำเร็จ! เพราะฉะนั้น จำไว้เลยว่า กล้าเท่านั้น! ถึงล้มก็ช่างมัน แล้วเราก็ลุกขึ้นใหม่ แล้วอย่าลืมล่ะ คิดบวกเสมอ!



3. “ธุรกิจของผมไม่ใช่แค่ ตัวทำเงิน แต่ผมคิดว่ามันคือ การผจญภัยที่ทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น นี่แหละความตั้งใจของผม”

ถ้าทำได้ จงทำให้ชีวิตของคุณ และงานของคุณคือการผจญภัย ที่คุณสามารถเรียนรู้ได้จากทุกก้าวเดินของคุณเอง และชักชวนคนรอบข้าง ให้เดินไปกับคุณด้วย เพื่อประสบความสำเร็จไปด้วยกัน!

หากคุณดูคนที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้นะเหรอ พวกเขามักสร้างสิ่งที่เขาสามารถแบ่งปันให้คนอื่นๆ บนโลกได้พัฒนาร่วมไปกับเขา ก้าวไปกับเขาทั้งสิ้น! เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะมันเป็นความจริงที่ว่า ถึงคุณจะรวยแค่ไหน สุดท้าย หากคุณตายไป คุณก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณช่วยเหลือผู้อื่น คืนสิ่งดีๆ ให้สังคม ชื่อเสียงของคุณก็จะอยู่คู่โลกนี้ไปตลอด แม้ว่าคุณจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม


4. “แบรนด์ที่ดี มันสร้างขึ้นจากประวัติศาสตร์ของคนที่สร้างมันขึ้นมา มันเลียนแบบ หรือนำไปใช่ใหม่ไม่ได้หรอก”

“มีเอกลักษณ์” คือสิ่งที่ Richard Branson ยึดถือมาตลอด เขาเชื่อว่า เราจะไม่มีทางสำเร็จได้ จากการเลียนแบบของคนอื่นมาอีกทีหนึ่ง คนเราก็เหมือนกัน เราเกิดมาด้วยเอกลักษณ์ที่แต่ละคนมีและไม่เหมือนใคร อย่าพยายามประสบความสำเร็จด้วยการเลียนแบบคนอื่น หรืออยากเป็นเหมือนคนอื่น มันไม่เวิร์คหรอก สิ่งที่เราได้จากคนที่มาก่อนหน้าเรา คือการเรียนรู้จากเขา แต่ไม่ใช่การเลียนแบบ! จงใช้เอกลักษณ์ของคุณ ความคิดสร้างสรรค์ของคิด สร้างผลงานออกมา นั่นแหละ คือหนทางแห่งความสำเร็จ



5. “คนกล้า อาจจะอยู่ไม่นานเท่าไหร่ แต่คนที่ไม่กล้าเลย…แย่กว่า เพราะเขาถือว่า “ไม่ได้ใช้ชีวิตเลย” นั่นเอง”

ประธานาธิบดีลินคอล์น เคยพูดไว้ว่า “In the end, it’s not the years in your life that count. It’s the life in your years.” หมายความว่า ในที่สุด สิ่งที่สำคัญ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า คุณอายุยืนกี่ปี แต่มันอยู่ที่ว่า คุณใช้จำนวนปีที่คุณอยู่ คุ้มค่าหรือเปล่า เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ใช้ชีวิตทุกวันนี้ให้คุ้มที่สุด กล้าเสี่ยงเพื่อสิ่งที่คุณต้องการ กล้าทำในสิ่งที่คุณรัก ลองสิ่งใหม่ๆ และเอาชนะความกลัวให้ได้ เพราะความกลัว จะทำให้คุณไม่ได้ใช้ศักยภาพของคุณได้อย่างเต็มที่ และสุดท้าย คุณจะมานั่งเสียดายทีหลัง เมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วนั่นเอง



6. “ช่างมัน เราต้องสู้ อย่าหยุด!”

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่คุณต้องพูดกับตัวเองให้บ่อยที่สุดก็เป็นได้ ถ้าเกิดคุณเริ่มทำอะไร แต่คุณลังเล เพราะมีอุปสรรค “อย่าหยุด!” เพราะหากคุณหยุด เพียงเพราะความผิดพลาด หรือความกลัวของคุณ คุณจะเสียใจที่หลังที่คุณไม่สู้ต่อ! จำไว้เลยว่า ความผิดพลาดคือเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นกับคนที่ประสบความสำเร็จทุกคนบนโลกใบนี้ มันขึ้นอยู่กับมุมมองแค่นั้นเอง ว่าคุณมองอุปสรรคและความผิดพลาดนั้นว่ายังไง แต่เอาเป็นว่า ถ้าคุณเจอข้อผิดพลาดแล้ว ก็รู้จักพูดกับตัวเองซะบ้างว่า “ช่างมันเถอะ!”

ครับผมอ่านแล้ว มีไฟขึ้นเยอะ ผมหวังว่าทุกท่านที่อ่านจะมีไฟลุกไปทำงานกันต่อนะครับ อย่ามากบางครั้ง เราทำให้มากพอมันก็จะประสบผลเอง แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พบกับ 40 อย่าง ที่คนรวยมีเหมือนกัน

05 40 นิสัยคนรวย
วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆมาฝากกับ 40 อย่าง ที่คนรวยมีเหมือนกัน โดยลูกค้าของผมมีหลายแบบ วันนี้ผมจะนำความลับของลูกค้ามาเปิดเผย โดยเลือกเฉพาะลูกค้าที่ร่ำรวยความสุข มีความมั่นคง สนุกกับการทำงาน และชีวิตไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป มาเล่าให้ฟัง เพื่อนๆที่รักจะได้เห็นบางสิ่งบางอย่าง (นิสัย) ที่เหมือนกันของบุคคลเหล่านี้ ว่าเขามีความคิดอย่างไร เขาถึงมีความสุขกับชีวิต มีรายได้มากกว่ารายจ่ายหลายเท่า ทำไมเขาถึงร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อยในขณะที่หลายคนไล่ล่าทั้งชีวิตยังไม่เจอ รวบรวมจากประสบการณ์การเป็นหมอดู 7 ปีของผม
เชิญอ่านได้เลยครับ
1. อย่าอายที่จะพูดเรื่องเงิน
2. เลือกวิธีที่สนุกในการหารายได้
3. มีเงินเข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่าสองทางขึ้นไป
4. ไม่มีข้ออ้างสำหรับการเรียนรู้
5. ไม่เคยพูดคำว่า มีเงินแต่ไม่มีความสุข จะมีไปทำไม
6. ลงทุนในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
7. เป้าหมายเรื่องรายได้ ชัดเจน
8. คิดเรื่องการเติบโตตลอดเวลา
9. ให้รางวัลตัวเองทุกครั้งที่ทำสำเร็จ
10. ไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อการทำงาน
11. ไม่ได้เป็นคนที่เก่งหมดทุกอย่าง
12. ใช้คนเป็น เลือกคนเก่งมาเคียงข้างโดยไม่สนเรื่องค่าใช้จ่าย
13. กล้าทุ่มเทเงินให้กับสิ่งที่คุ้มค่า
14. หาแนวคิดและเหตุผลที่สนับสนุนความเชื่อตัวเอง
15. รักครอบครัว
16. ทุ่มเทความสะดวกสบายให้พ่อแม่
17. พ่อแม่อยากได้อะไรที่ไม่ผิดหาให้หมด
18. เอาแต่ใจ ดื้อเงียบ
19. ฟังมากกว่าพูด
20. ชื่นชมคนที่รวยกว่าด้วยลำแข้งตัวเอง
21. อ่อนน้อมถ่อมตน
22. คิดใหญ่กว่าคนธรรมดา
23. วิ่งเข้าหาความเป็นไปไม่ได้
24. ค้นหาโอกาส แสดงตัวทุกครั้งที่โอกาสมาถึง
25. ไม่เคยรอคำว่าพร้อม
26. เลือกคบหาคนที่มองโลกในแง่ดี
27. เข้าใจความเสี่ยง
28. กล้าพูดถึงความดีของตัวเอง
29. ทำบุญแบบถึงไหนถึงกัน
30. ลงเงิน ลงแรงช่วยเหลือคนอื่น
31. ชอบให้ความรู้เด็กรุ่นใหม่
32. ไม่ขี้บ่น ไม่เคยโทษคนอื่น
33. เจอปัญหา เขากลับบอกว่านี่ไม่ใช่ปัญหา นี่คือโจทย์
34. พัฒนาตัวเองตลอดเวลา
35. เป็นนักอ่านชั้นยอด
36. เห็นคุณค่าของเวลา
37. มองเห็นอนาคตทางการงานของตัวเอง
38. บอกได้ว่าตัวเองต้องการอะไร
39. แบ่งเวลาทำงานหนัก และให้รางวัลตัวเองอย่างหนัก
40. ชอบพูดคำว่า “พี่ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ” เป็นประจำ
Credit:vittarot
เป็นอย่างนี้ นี่เองต่างกันที่วิธีคิดและทำ เราต้องปรับเปลี่ยนการคิดของเราบ้างแล้วละ เพื่อที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ  SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

7 นิสัยเติมพลังเพิ่มความสุขในการทำงาน


วันนี้ผมก็เอาเรื่อ  7 นิสัยเติมพลังเพิ่มความสุขในการทำงาน มาฝากครับ เรื่องราวต่างๆ ที่จะทำให้คุณอารมณ์ดีเวลาทำงาน ไปลองรับชมกันเลยครับว่าเป็นอย่างไร

ที่ทำงานส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด เพราะทุกคนก็พยายามทำภาระหน้าที่อย่างใจจดใจจ่อมากที่สุด แต่หากปรับเปลี่ยนทัศนคติเติมความสุขเข้าไปในออฟฟิศสักหน่อย ด้วยการเปลี่ยนนิสัย 7 อย่างต่อไปนี้ การทำงานก็คงสดใสขึ้น

นิสัยที่ 1 คือ เริ่ม มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานก่อนจะเช็กอีเมลแม้ว่าการตรวจงานแต่เช้าจะฟังดูขยัน แต่การสังสรรค์กับคนข้างๆ ก่อนจะหลุดเข้าไปในหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย

นิสัยที่ 2 คือ ชงกาแฟมาเผื่อเพื่อนๆ บ้างบางคนอาจจะกำลังง่วนอยู่กับการทำงานจนไม่มีเวลาลุกไปหยิบเอง ดังนั้นการแสดงให้เห็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ย่อมสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน

นิสัยที่ 3 คือ เร่งทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้มีเวลากระชับสัมพันธ์การเร่งงานอาจจะเหนื่อยสักหน่อย แต่นอกจากงานจะเสร็จเร็วขึ้นแล้ว ยังมีเวลาเรื่องงาน เรื่องสัพเพเหระ หรือจะช่วยกันทำความสะอาดที่ทำงานเพื่อสุขภาพของทุกคนก็ได้

นิสัยที่ 4 คือ ยิ้มก่อน พูดทีหลังอาจจะฟังแล้วดูเหมือนคนบ้าที่ยิ้มโดยไม่มีสาเหตุ แต่รอยยิ้มพิมพ์ใจช่วยให้คู่สนทนารู้สึกผ่อนคลาย และอยากคุยด้วยมากขึ้น

นิสัยที่ 5 คือ เลิกกินของหวานที่อุดมไปด้วยน้ำตาลแม้ร่างกายที่ทำงานหนักอาจจะโหยหาขอเค้กหรือโดนัทสักชิ้น แต่เชื่อได้เลยว่าพลังงานเหล่านั้นจะหายไปและเหลือไว้แต่ความหดหู่ ดังนั้นควรหันไปหาทางเลือกที่ดีกว่า อย่างเช่น ผลไม้ และอย่าลืมเอามาเผื่อพนักงานร่วมโต๊ะด้วย จะได้มีพลังช่วยกันฝ่าฟันโปรเจกต์สุดหินกันได้ถ้วนหน้า

นิสัยที่ 6 คือ ลองหาคลิปวิดีโอตลกๆ ในยูทูบดูเนื่องจากการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยเสียงหัวเราะ ช่วยบรรเทาความเครียด และเลิกคิดมากว่าวันนี้จะต้องเจอพายุงานอะไรถาโถมใส่บ้าง

นิสัยที่ 7 คือ สร้างแรงจูงใจในการทำงานอาจจะให้รางวัลกับทุกชิ้นงานที่ทำเสร็จ เช่น ถ้าเกิดเลขาฯ สุดสวยจัดทริปการเดินทางไปทำธุรกิจให้เจ้านายเสร็จ อาจจะไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ สัก 10 นาที แบบนี้ก็จะรู้สึกมีกำลังใจและแรงผลักดันให้ต่อสู้กับภาระชิ้นต่อไปมากขึ้น 
Credit : SmartSME

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ  7 นิสัยเติมพลังเพิ่มความสุขในการทำงาน แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ  SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ