แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ How to แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ How to แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

7 วิธีแก้อาการ Art Block

เชื่อว่านักวาดรูปหลายคนไม่เว้นแม้แต่ศิลปินใหญ่ หรือนักเขียนชื่อดัง
ต้องเคยเป็นอาการที่เรียกกันว่า Art block กันมาก่อน
หรือเผลอๆ นี่อาจจะเป็นอาการที่อยู่กับวงการวาดรูปเลยก็ได้ 555
อาการ Art block ที่ว่านี้
คนที่เป็นจะมีอาการหัวตื้อ ไอเดียตัน คิดงานไม่ออกโดยไม่มีสาเหตุ
ซึ่งจะเป็นมากเป็นน้อย หรือเป็นนานแค่ไหน ยังไงนั้น
จะขึ้นอยู่ตัวนักวาดเอง แต่ละคนจะเป็นไม่เท่ากันครับ
แต่ที่แน่ๆ เมื่อมีอาการนี้เกิดขึ้นแล้ว
สิ่งที่ตามมา คือ วาดไม่ออก งานไม่เดิน หรือแย่กว่านั้น คือ งานไม่เสร็จ
ซึ่งหลายครั้งมันก็สร้างปัญหาให้กับพวกเราทุกคน
นักวาดแต่ละคนจึงต้องมีวิธีรับมือกับอาการ Art block ที่ว่านี้ให้ได้
เพราะงั้นวันนี้ผมเลยจะมาบอก 7 วิธีแก้อาการ Art block ให้กับทุกคนได้อ่านกันครับ
และอย่างที่บอกไปว่าอาการ Art block ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน
วิธีแก้ปัญหาของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน
แต่ที่มาบอกในวันนี้เป็น 7 วิธียอดนิยม
ที่ผม และคนรอบๆ ตัวผมมักจะใช้กันอยู่บ่อยๆ ครับ
เอาละ มาเริ่มกันที่

1 – หยุดวาด
หลายคนคงคิดว่า อ่าว แล้วแบบนี้งานจะยิ่งไม่เดินหนักกว่าเก่าหรอ
คำตอบ คือ ใช่ครับ วิธีนี้จะทำให้งานไม่เดิน
แต่จริงๆ แล้ว งานวาดเป็นงานที่ต้องใช้ไอเดีย และความอยากวาดครับ
ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องไปฝืนวาดหรอกครับ
เพราะถ้าเราฝืนวาดในช่วงที่เกิดอาการ Art block ต่อไป
มันจะทำให้คุณภาพของผลงานเราออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ซึ่งถ้างานที่ทำอยู่ไม่ได้เร่งรีบใกล้ Deadline มากจนเกินไป
ก็แนะนำว่าให้หยุดวาดไปก่อนจะดีกว่าครับ

2 – หาแรงบันดาลใจ
เมื่อเราหมดไฟในการวาด เราก็ต้องหาวิธีเติมไฟให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งให้ได้
ซึ่งคำว่า แรงบันดาลใจ ของแต่ละคนก็ย่อมไม่เหมือนกัน
หลายๆ คน เลือกที่จะดูผลงานของนักวาดที่เขาชอบ
หลายๆ คน เลือกที่จะเปิดหาไอเดียต่างๆ ในอาร์ตบุ๊ค
หลายๆ คน เลือกที่จะอ่านการ์ตูนที่เขาชอบ
ไม่มีวิธีที่ตายตัวในข้อนี้ครับ
แต่แนะนำว่าควรเลือกหาวิธีที่เราจะได้รับแรงบันดาลใจจากการ เสพย์ ในสิ่งที่เราชอบ
และนั่นจะเป็นวิธีการเติมไฟให้เราได้อย่างหนึ่งครับ

3 – ดูหนัง ฟังเพลง
ในบางครั้งอาการ Art block ก็เกิดจากการที่เราคร่ำเคร่งกับการวาดมากเกินไป
ถ้าเป็นแบบนั้นให้เราลองถอยจากการวาดรูปสักแป๊บนึง
แล้วหาอะไรที่ทำให้เรารู้สึกเพลิน หรือผ่อนคลายทำดูครับ
ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี หรือแม้กระทั่งเล่นเกมก็ได้
สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราลดความคร่ำเคร่งในการวาดลง
แต่จะทำให้เราสนุกกับการวาดมากขึ้นครับ

4 – เปลี่ยนสถานที่วาด
ในหลายๆ ครั้ง การที่เราวาดรูปไม่ออก เพราะเรากำลังรู้สึกเบื่อครับ
แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนสถานที่วาดบ้าง
เช่น ร้านกาแฟ หรือในสวนสาธารณะ เป็นต้น
เมื่อเราเปลี่ยนไปวาดรูปที่อื่น
มันทำให้เราไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจ
และมันทำให้เราอยากวาดรูปขึ้นมาเองครับ
นอกจากนี้การไปวาดตามที่สาธารณะ
ก็เป็นการได้โชว์ผลงานของเราไปในตัวด้วย
นักเขียน และนักวาดบางคนก็ได้งานจากการออกไปวาดนอกสถานที่เนี่ยละครับ

5 – เดินเล่นในนิทรรศการ
ถ้ามีเวลาว่างมากพอ
ผมอยากแนะนำให้ลองไปเดินเล่นในงานนิทรรศการต่างๆ ดูบ้างเหมือนกันนะครับ
เพราะในนิทรรศการเหล่านี้มักจะมีผลงาน กิจกรรม หรือบรรยากาศต่างๆ
ที่ช่วยให้เรารู้สึกสนุกไปกับงานนั้นๆ
และพอเรารู้สึกสนุกมากขึ้น เราจะกลับมาวาดรูปได้เองครับ
เผลอๆ นอกจากจะวาดรูปได้แล้ว
เราอาจจะได้ไอเดียอะไรบางอย่างจากนิทรรศการนั้นด้วยก็ได้นะครับ

6 – ดูงานเก่าๆ ที่เคยวาดไว้
เวลาที่หมดกำลังใจที่จะวาดรูปต่อ
ลองเอาผลงานเก่าๆ ของตัวเองขึ้นมาดูสิครับ
แล้วคุณจะพบว่าตัวเองเดินมาได้ไกลขนาดไหน
ไม่ว่ามันจะเป็นรูปวาดเล่นในสมุดเรียน
การ์ตูนเรื่องแรกที่ทำเสร็จ
หรือ งานที่เคยส่งประกวดก็ตาม
ลองเอางานเหล่านั้นขึ้นมาดู
แล้วเทียบกับฝีมือเราในตอนนี้ดูสิครับ
รับรองว่าคุณจะมีแรงบันดาลใจในการวาดเพิ่มขึ้นแน่นอน

7 – นัดเจอเพื่อนที่วาดรูปด้วยกัน
วิธีนี้เป็นวิธีที่คลาสสิคที่สุด และเชื่อว่าจะใช้แก้อาการ Art block ได้อีกหลายยุค
เพราะเวลาที่เราวาดรูปกับคนที่เราคุ้นเคย หรือชอบอะไรเหมือนกับเรา
จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และสนุกกับการวาดมากขึ้น
วิธีนี้แนะนำว่าให้ชวนเพื่อนไปวาดกันหลายๆ คนจะยิ่งดีครับ
หรือไม่ก็อาจจะชวนเพื่อนที่เราสนิทด้วยไปวาดรูปนอกสถานที่ดูบ้างก็ไม่เลวครับ
นอกจากนี้ในหลายๆ ครั้ง การได้วาดรูปด้วยกัน
ได้คุยเรื่องวาดกัน ได้ปรับทุกข์ เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง
มันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้เหมือนกันครับ
ส่วนจะไปกับกลุ่มไหน ยังไงนั้น
ขึ้นอยู่กับความรู้สึก และความสบายใจเป็นหลักได้เลยครับ

นอกจากนี้ให้ลองดูตัวเองเป็นหลักด้วยนะครับ
ว่าเราเหมาะกับข้อไหน หรือชอบข้อไหนเป็นพิเศษรึเปล่า
อย่างที่บอกไปว่าแต่ละคนมีวิธีแก้อาการ Art Block ไม่เหมือนกัน
ยังไงก็ลองดูนะครับว่าข้อไหนได้ผลสำหรับคุณ
เพราะถ้าคุณควบคุมอาการ Art block ได้แล้ว
การวาดรูปของคุณก็จะสนุกขึ้นแน่ๆครับ
Credit:copiicart
แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีและยุทธวิธีป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลัง

ยุทธวิธีป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลัง 


               เห็นว่าช่วงนี้มีกลายๆคนเริ่มบริหารด้านการเงินเริ่มตัวแดงผมจึงเอาเรื่องนี้มาบอกกับทุกคนลองรับชมข้อมูลกันครับกับ วิธีและยุทธวิธีป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลัง ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" กันใช่ไหม ฟังดูเป็นคำที่ค่อนข้างน่ากลัวและเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองแน่ ๆ เพราะถึงแม้ว่าเราจะหารายได้มาเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเราสักที ซึ่งปัญหานี้ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทำให้ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนสูงสุดในรอบ 9 ปีอีกด้วยค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังเกิดขึ้น เรามียุทธวิธีในการป้องกันมานำเสนอ

 

          1. สำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ลองสำรวจและคำนวณค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนดูนะคะว่าใน 1 เดือน เราต้องจ่ายเงินให้กับค่าใช้จ่ายเหล่านี้เท่าไหร่ โดยเราสามารถแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

 

             ค่าใช้จ่ายคงที่ หรือค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ 

             ค่าใช้จ่ายผันแปร หรือค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนเงินไม่เท่ากันในแต่ละเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของเราในเดือนนั้น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าท่องเที่ยวต่าง ๆ

            หากพบว่ารายรับของเราไม่เพียงพอกับรายจ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราควรปรับลดค่าใช้จ่ายผันแปรลงค่ะ เช่น ลดค่าอาหารลง ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลงเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ เป็นต้น

 

          2. ผ่อนสินเชื่ออย่างถูกวิธี ลองสำรวจดูนะคะว่าในแต่ละเดือนเรามีภาระต้องผ่อนสินเชื่ออะไรบ้าง แล้วสินเชื่อไหนมีดอกเบี้ยสูงที่สุดก็ให้จ่ายสินเชื่อนั้นก่อน เช่น ถ้าเรามีภาระต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และผ่อนสินเชื่อบุคคล ในเดือนที่เรามีเงินเหลือ เราควรเลือกจ่ายสินเชื่อบุคคลให้มากขึ้นเนื่องจากเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด โดยมีอัตราดอกเบี้ยอาจสูงถึง 28% ต่อปี

 

          3. หลีกเลี่ยงการกู้ยืมเงินนอกระบบ หากเราสามารถจัดการกับรายจ่ายต่าง ๆ และรู้หลักการผ่อนสินเชื่ออย่างถูกวิธีแล้ว สบายใจได้เลยค่ะว่าเราจะไม่เจอกับเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังในเร็ววันนี้แน่ ๆ แต่ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น เราอาจจะมืดแปดด้านจนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบซึ่งเป็นวิธีที่ไม่แนะนำเลยค่ะ เพราะจะทำให้เราเป็นหนี้ไม่สิ้นสุด นอกจากต้องเสียดอกเบี้ยที่สูงแล้ว หากหมุนเงินไปจ่ายไม่ทัน เรายังต้องเสี่ยงกับการถูกทวงหนี้แบบสุดโหดดังที่เห็นเป็นข่าวกันอยู่ก็เป็นได้

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าทุกคนจะได้ความรู็เกี่ยวกับ วิธีและยุทธวิธีป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลัง กันอย่างเต็มเปี่ยมนะครับผม แล้วกับมาพบกับ
 SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ