วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

7 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก

วันนี้มาพบกับ 7 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ลองมาศึกษานิสัยของพวกเขาดูว่าพวกเขาเหล่านี้มีนิสัยและแนวคิดอย่างไร ถ้าหากศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกคุณจะพบความลับบางอย่าง การที่พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมากไม่ได้เกิดจากความคิดหรือการกระทำเท่านั้นแต่เกิดจากสิ่งที่เขามีคล้ายๆกันคือ “นิสัย” พวกเขาผ่านกระบวนการอันทรหดในการสร้างนิสัยของความสำเร็จจนทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง มาพบกันเลยครับ
7 Habits_1

7 นิสัยที่คล้ายกันของคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก

1. เป็นนักตั้งเป้าหมาย

เขาตั้งเป้าหมายมากมายในสิ่งที่เขาต้องการด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุผลให้กับตัวเองมากพอในแต่ละเป้าหมายว่าทำไมเขาถึงต้องการมัน การตั้งเป็าหมายเป็นการสร้างภาพความสำเร็จล่วงหน้าทำให้เขาสามารถมองเห็นและรู้สึกถึงความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อเป็นพลังพลักดันอย่างมหาศาลในการทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จเร็วยิ่งขึ้น

2. โฟกัสทีละอย่าง

พลังของแสงเลเซอร์สามารถตัดวัตถุที่แข็งแรงที่สุดได้เกือบทุกอย่างจากความสามารถในการรวบรวมการโฟกัสทั้งหมดของแสงไปที่จุดหนึ่งของวัตถุจนกระทั่งวัตถุนั้นเริ่มละลาย คนที่ประสบความสำเร็จเป็นเหมือนแสงเลเซอร์ เขาตั้งเป้าหมายอันท้าทาย โฟกัสที่เป้าหมายนั้น ทุ่มเทความพายายามและความสามารถทั้งหมดที่มีอย่างไม่ยอมแพ้จนกว่าจะสำเร็จผล แตกต่างจากคนทั่วไปซึ่งไม่มีโฟกัส พวกเขาทำทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

3. ให้ความสำคัญกับเวลา

เขาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ คิดถึงคุณค่าที่สร้างขึ้นให้กับตัวเองและผู้อื่นในเวลาที่ใช้ไปแต่ละชัวโมงแทนที่จะเป็นรายเดือนหรือรายปี เขาไม่ได้ใช้เวลามากมายกับ Social Media หรือดูทีวี เพราะเขาต้องการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

4. ใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้

เป็นเรื่องง่ายที่ทำได้อยากสำหรับคนส่วนใหญ่ที่มักมีรายจายเพิ่มขึ้นอย่างเกินตัวเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นเช่น ซื้อรถใหม่ ซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้น Warren Buffet แนะนำว่า “อย่าออมจากเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ต้องใช้จ่ายจากเงินที่เหลือจากการออม”

5. เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ

ยิ่งคุณรู้มากขึ้นคุณยิ่งสามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้น การทำงานหนักอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างสูงได้ แต่คุณสามารถเพิ่มคุณค่าของตัวคุณที่มีต่อผู้อื่นได้ด้วยการเริ่มต้นจากการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวคุณเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกฝนทักษะใหม่และหาประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวคุณเองทุกวัน

6. ไม่ยอมแพ้

คนประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ผ่านความล้มเหลวมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วนแต่ก็สามารถลุกขึ้นยืนได้เสมอกับทุกครั้งที่ล้ม เมื่อคุณไม่ยอมแพ้คุณสามารถเรียนรู้ พัฒนาตัวเองได้จากทุกความผิดพลาดและความล้มเหลวที่คุณมี

7. ใจกว้างและมีน้ำใจ

พวกเขาไม่เพียงสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง แต่พวกเขามุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นเป็นหลักด้วยในขณะเดียวกันด้วยความเชื่อที่ว่า “ยิ่งให้ คุณยิ่งได้”
credit:succeedlife
ผมเชื่อว่าหากคุณฝึกนิสัยทั้ง 7 ข้อนี้จนเป็นนิสัยของตัวเอง คุณจะสามารถมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขอย่างมหัศจรรย์ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

15 เทคนิคการเพิ่มยอดขายและเพิ่มกำไร

 

1.เพิ่มราคา

แม้ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องอาจจะสวนทางกับกำลังซื้อที่ลดลง แต่หากทำได้ถูกต้องก็สามารถเพิ่มกำไรได้แม้ว่ายอดขายอาจจะตกลง วิธีการคือค่อยๆขึ้นราคาทีละน้อยแบบไม่ให้ลูกค้ารู้สึกตัว หรือปรับผลิตภัณฑ์ให้ดูดีขึ้น พยายามเน้นให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพ คุณค่าของผลิตภัณฑ์มากกว่าราคา หรือขึ้นราคาแล้วเพิ่มบริการพิเศษบางอย่างเข้าไปในราคาผลิตภัณฑ์ และอย่าลืมสำรวจราคาของคู่แข่งด้วย ในบางกรณีที่ขึ้นราคาไม่ได้จริงๆ อาจจะคงราคาแต่ปรับขนาดของผลิตภัณฑ์ให้เล็กลง หรือปรับส่วนประกอบบางอย่าง 


2.พยายามขายเพิ่มเติม

เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าอย่างหนึ่งแล้วพยายามขายสินค้าที่ใช้ร่วมกัน เช่น ลูกค้าซื้อรองเท้า ให้พยายามเสนอขาย ถุงเท้า หรือยาขัดรองเท้า เป็นต้น เทคนิคที่สำคัญคือ พยายามให้ลูกค้าเห็นว่าประหยัดกว่าหรือได้ประโยชน์กว่า ในการซื้อสินค้าสองอย่างพร้อมกัน


3. ทำรายการ Checklist

พนักงานขายควรทำ Checklist สินค้าที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน เช่น หากลูกค้าซื้อสีทาบ้าน แล้วควรเสนอขายแปรงทาสี ทินเนอร์ ฯลฯ เพื่อช่วยให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการขายเพิ่ม


4.สอบถามลูกค้า

ในกรณีลูกค้าคิดไม่ออก พนักขายต้องทำตัวเป้นที่ปรึกษาสอบถามความต้องการของลูกค้า และเสนอขายสินค้าที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านรูปแบบและราคา พนักงานขายต้องทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี รู้จักตั้งคำถามเพื่อให้ลูกค้าออกความเห็น บอกความต้องการ เพื่อสร้างโอกาสในการขาย


5.ให้ความช่วยเหลือเรื่องการผ่อนชำระ

ปัจจุบันมีบริษัทมากรายให้บริการเรื่องบัตรเครดิตหรือบัตรการผ่อนชำระเป็นงวดๆ ท่านต้องติดต่อบริษัทเหล่านี้เอาไว้เพื่อช่วยในการปิดการขายในกรณีที่ลูกค้าต้องการซื้อจริงๆแต่ไม่สามารถชำระเงินก้อนได้ทั้งหมดในคราวเดียว ทั้งต้องประเมินยอดการผ่อนชำระให้เหมาะสมด้วย


6.จำหน่ายสินค้าที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้

กรณีนี้สามารถเพิ่มยอดขายและกำไรได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าลูกค้าไม่ซื้อที่ร้านของท่านก็หาซื้อที่ร้านอื่นๆลำบาก ถ้าใช้เทคนิคนี้ต้องไม่ง้อลูกค้าด้วยการลดราคาเป็นอันขาด เพราะเหตุผลที่ลูกค้ามาซื้อร้านเราเพราะหาซื้อที่อื่นไม่ได้ ที่สำคัญก่อนใช้เทคนิคนี้ต้องเลือกลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนและสำรวจตลาดสำรวจคู่แข่งให้ดีเสียก่อน


7.การจัดเรียงสินค้า

สินค้าต้องจัดเรียงอย่างเด่นชัด มีป้ายราคาหรือวัตถุส่งเสริมการขายชัดเจน สินค้าที่ขายดี ต้องวางในระดับสายตาที่หยิบได้สะดวก ควรมีสินค้าโปรโมชั่นเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้าน


8.Impulse Buys

เทคนิคนี้คือการจัดเรียงสินค้าที่ซื้อง่าย ราคาไม่แพง ตัดสินใจซื้อง่ายไว้ใกล้ๆ จุดชำระสินค้า เช่น ขนมขบเคี้ยว หมากฝรั่ง ฯลฯ โดยทั่วไปในระหว่างที่ลูกค้ารอชำระเงินมักมองไปรอบๆซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสินค้าเหล่านี้หรือการจัดเรียงสินค้าที่ต้องใช้ด้วยกันไว้ใกล้กันก็เพิ่มโอกาสในการขายได้ เช่น กระบอกไฟฉาย และ ถ่านไฟฉาย


9.เสนอขายสินค้าเป็นชุดหรือขายจำนวนมาก

เช่นการขายเป็นแพ็กๆในราคาพิเศษ ที่สำคัญคือต้องให้ลูกค้าเห้นว่าถูกกว่าเมื่อซื้อจำนวนมากขึ้น และควรใช้กับสินค้าที่ต้องใช้ประจำ เช่น ผงซักฟอก น้ำอัดลม สบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ


10.ใช้ CRM ในการเพิ่มยอดขาย

การจดจำความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ทักทายลูกค้าด้วยชื่อและตำแหน่งที่ถูกต้อง จัดเตรียมที่ลูกค้าซื้อประจำให้พร้อม ความประทับที่เกิดกับลูกค้าจะทำให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นและซื้อบ่อยๆขึ้น จนเกิดเป็นลูกค้าขาประจำในที่สุด


11.ฝึกอบรมพนักงานขายให้เข้าใจงานขายและลูกค้าตัวอย่างแท้จริง

มีความเป็นมืออาชีพในสินค้าที่ขาย รู้จริงเรื่องของสินค้าที่เสนอขาย มีความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการขาย


12.ให้บริการพิเศษหรือรางวัลพิเศษเมื่อลูกค้าซ้อถึงเป้าที่กำหนด

เช่น ให้บริการส่งถึงบ้าน หรือแถมของแถม หรือสินค้าเพิ่มเติม ฯลฯ ที่สำคัญต้องแสดงออกในลักษณะที่ทำให้ด้วยความเต็มใจและขอบคุณลูกค้าอย่างยิ่งที่ช่วยซื้อเพิ่ม ควรพูดให้ลักษณะสนอแนะ เช่น หากลูกค้าช่วยซื้อเพิ่มอีกเท่านั้นเท่านี้ ก็จะสัมมนาคุณด้วยสินค้าพิเศษหรือบริการพิเศษ เป็นต้น


13.ตั้งเป้ายอดขายให้พนักงานแต่ละคน

โดยมีรางวัลพิเศษเป็นตัวกระตุ้น แต่ไม่ควรตั้งเป้าสูงจนเกินความสามารถพนักงานหรือความเป็นจริง และควรตั้งเป้าสำหรับทีมขายด้วย เพราะหากพนักงานขายไม่สามารถทำได้ตามเป้าในการขายรายบุคคล ยังสามารถช่วยทีมให้ถึงเป้าและได้รับส่วนแบ่งได้บ้าง


14.รายการส่งเสริมการขายต่างๆ

เช่น การแจกของแถมตามจำนวนซื้อที่กำหนด การให้ส่วนลด ซื้อ1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 1 หรือซื้อสินค้าแรกราคาเต็มแล้วสินค้าชิ้นต่อไปในราคาพิเศษ หรือซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งแล้วให้คูปองจับฉลากส่วนลดในการซื้อสินค้าอื่นๆ ต่อไป ที่สำคัญต้องคำนึงถึงผลลัพธ์รายการส่งเสริมการขายนั้นๆ ว่าคุ้มทุน ได้ยอดขาย ได้กำไร ตามที่ต้องการหรือเปล่า


15.การส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ

เช่น ถ้าทำธุรกิจอู่รถยนต์อาจจะทำการส่งเสริมการขายร่วมกับกิจการล้างรถยนต์ เป็นต้น

credit:smartsme
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนที่อยากจะกระตุ้นให้ท่านที่ใช้ความคิด อย่ายอมแพ้ หมดอาลัยตายอยากไปกับปัญหาเศรษฐกิจ อย่างที่เขาว่ากันว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ อย่างน้อยก็โอกาสให้คิดมากขึ้น
แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ 
SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แจ็ค หม่า จาก 500 บาทเป็น 5 ล้านล้านบาท สอนการใช้ชีวิตและธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

วันนี้มาพบเรื่องราวของชายผู้นี้ มีนามว่า แจ็ค หม่า รับชมกันเลยครับ
แจ็ค หม่า จากชายผู้มีเงินเดือน 500 บาท ตอนนี้บริษัท Alibaba ของเค้ามีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาท เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า eBay, Twitter และ LinkedIn รวมกัน เมื่อวันที่ Alibaba Group ขายหุ้น IPO เป็นวันแรก ก็ขึ้นแซง Facebook เลย! นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในจีนตอนนี้

วันนี้แฮกชีวิตนำคำสอนของ แจ็ค หม่า ว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

“สิ่งที่ผมเสียใจที่สุด”

เมื่อปี ค.ศ. 2001 ผมได้ทำสิ่งผิดพลาดเป็นอย่างมากที่บอกให้ 18 คนผู้ร่วมลงเรือลำเดียวกันตั้งแต่เริ่มธุรกิจว่า ตำแหน่งสูงสุดที่พวกเขาสามารถเป็นได้คือการทำงานในตำแหน่งระดับการจัดการเท่านั้น ส่วนตำแหน่งประธานและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเรานั้น เราจำเป็นจะต้องจ้างบุคคลภายนอกมาบริหารงาน แต่เพียงแค่ไม่กี่ปีต่อมา พวกเค้าเหล่านั้นก็ลาออก

..และสุดท้ายแล้ว บุคลากรภายในบริษัทที่อยู่มาตั้งแต่แรกเหล่านั้นก็เติบโต กลายประธานและผู้บริหารระดับสูง คนซึ่งผมเคยสงสัยในความสามารถของพวกเขา

หลังจากนั้นมาจึงทำให้ผมเชื่ออยู่ใน 2 อย่าง คือ

ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ
การตัดสินใจของคุณนั้นก็สำคัญกว่าความสามารถ
“คุณไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนนั้นคิดเหมือนกันได้หรอก แต่คุณสามารถที่จะทำให้ทุกคนก้าวไปทางเดียวกันได้ด้วยเป้าหมายเดียวกัน”

อย่าพยายามแม้แต่จะคิดว่าคุณจะทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้… มันไม่มีทางเป็นไปได้!

30% ของผู้คนทั้งหมดนั้น จะไม่มีวันเชื่อคุณเลย… ดังนั้นอย่าพยายามทำให้เพื่อนร่วมงานและพนักงานทำงานให้คุณ แต่จงทำให้เค้าทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน

สร้างบริษัทให้รวมใจกันอยู่ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน ง่ายกว่าการทำงานภายใต้ตามคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่งหรือเพื่อคนคนหนึ่ง

ผู้นำมีอะไรที่พนักงานทั่วไปไม่มี?

คนที่เป็นผู้นำนั้นไม่ควรนำทักษะเชิงเทคนิคของตัวเองไปเปรียบเทียบกับพนักงาน พนักงานของคุณจำเป็นต้องมีทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าคุณอยู่แล้ว ถ้าหากเค้าไม่มี แสดงว่าคุณจ้างคนผิดแล้วล่ะ

แล้วอะไรละที่ทำให้ผู้นำโดดเด่น

ผู้นำนั้นควรจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าพนักงานธรรมดา
ผู้นำควรจะมีกล้าหาญ ยืดหยัด และความอดทนในสิ่งที่พนักงานธรรมดาไม่สามารถทำได้
ผู้นำควรจะมีความอึดและความสามารถที่จะยอมรับสิ่งที่ล้มเหลวได้
แน่นอนว่าคุณภาพของผู้นำที่ดีนั้นอยู่ที่วิสัยทัศน์ แรงใจและความสามารถ

อย่าริยุ่งการเมือง

คุณต้องเข้าใจเสมอว่าเงินและอำนาจทางการเมือง มันอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ หากคุณอยู่ในการเมือง ก็ไม่ควรคิดเรื่องเงินอีกต่อไป หากคุณทำธุรกิจ ก็อย่าเที่ยวไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

หากสองอย่างนี้เจอกันเมื่อไหร่ละก็ รอวันจบไม่สวย… :)

4 คำถามที่เด็กรุ่นใหม่ควรจะเฝ้าถามตัวเอง

ความล้มเหลวคืออะไร? การยอมแพ้นั้นเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ความยืดหยุ่นคืออะไร? คุณจะเข้าใจความหมายของคุณก็ต่อเมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ผ่านความทุกข์และความผิดหวังมาแล้วเท่านั้น

ความรับผิดชอบและหน้าที่คืออะไร? คือการที่จะต้องขยันมากขึ้น ทำงานหนักและความทะเยอทะยานกว่าคนอื่น ๆ คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากของพวกเขาที่จะพูด คนฉลาดใช้สมองของเขา และคนที่ปราดเปรื่องจะใช้หัวใจของเขา

คนเรานั้นเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เพื่อสนุกกับชีวิต และเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า ไม่ได้เพื่อทำงาน หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต ถ้าคุณยุ่งแต่กับการทำงาน ในที่สุดคุณจะต้องเสียใจ

เวทีแข่งขันและการแข่งขันในธุรกิจ

พวกที่บ้าแข่งขันกันอย่างระห่ำนั้นคือพวกโง่
หากคุณมองทุกคนรอบตัวเป็นศัตรู ทุกคนรอบตัวคุณก็จะเป็นศัตรูของคุณ
หากคุณทำการแข่งขันกับคู่แข่ง อย่าพยายามใช้ความเกลียดชัง ความเกลียดจะทำให้คุณพ่ายแพ้
การแข่งขันนั้นคล้ายกับการเล่นหมากกระดานหากคุณแพ้กระดานนี้ คุณก็มีโอกาสเล่นต่อในกระดานต่อไป ดังนั้นทั้งสองฝั่งไม่ควรจะสู้กันเอง
นักธุรกิจที่แท้จริงนั้นไม่ควรมีศัตรูเลย หากใครเข้าใจจุดนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกธุรกิจ
อย่าจู้จี้ขี้บ่นเป็นนิสัย

ถ้านานๆ ครั้ง ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากบ่นเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะยิ่งบ่นมากขึ้นไปอีก เปรียบได้กับดื่มน้ำทะเล ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ดื่มไปไม่ได้ช่วยอะไร การบ่นก็เหมือนกัน การบ่นเยอะๆมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น หนทางสู่ความสำเร็จนั้น คุณจะสังเกตได้ว่าผู้ที่สำเร็จมักจะไม่ขี้บ่น…

โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ

คำแนะนำของ แจ็ค หม่า สำหรับผู้ประกอบการ

โอกาสที่ทุกคนไม่เห็นนั้นคือโอกาสที่แท้จริง
ต้องให้พนักงานคุณมาถึงที่ทำงานด้วยรอยยิ้มเสมอ
ลูกค้าต้องมาอันดับ 1, พนักงานอันดับ 2, และผู้ถือหุ้นมาอันดับ 3
นำมาใช้และเปลี่ยนแปลงก่อนเทรนด์หรือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ จะเกิดขึ้น
ลืมเรื่องเงิน ลืมเรื่องการหาเงินไปซะ
แทนที่จะไปเสียเวลากับเทคนิคเล็กน้อยการเรียกลูกค้าใหม่ ควรมุ่งเน้นไปที่การครองใจและดูแลลูกค้าเก่า
ทัศนคติของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน
การเป็นผู้ประกอบการ

โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด
คุณควรจะหาคนที่มาทำให้บริษัทสมบูรณ์ขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหาคนที่ประสบความสำเร็จ หาคนที่ใช่ ไม่ใช่หาคนที่ดีที่สุด
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
“ฟรี” เป็นคำที่แพงที่สุด
วันนี้เป็นวันที่โหดร้าย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่จะแย่กว่า แต่มะรืนนี้จะเป็นวันที่สวยงาม
4 สิ่งต้องห้ามของผู้ประกอบการ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การที่ไม่สามารถจะมองเห็น ประมาท ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่สามารถรักษาระดับได้
ถ้าคุณไม่ทราบว่าคู่แข่งของคุณอยู่ที่ไหน มั่นใจเกินเหตุและประมาทคู่แข่งเกินไป ในที่สุดคุณก็จะตามหลังเค้า
“First they ignore you, then they laugh at you, then they fight you, then you win.” อย่าเป็น “they” ในประโยคข้างต้น

ถึงแม้คู่แข่งของคุณยังเล็กหรืออ่อนแอ คุณควรประเมินเค้าอย่างจริงจังและปฏิบัติต่อเค้าเหมือนเค้าเป็นยักษ์ใหญ่
ในทางเดียวกัน หากคู่แข่งของคุณเป็นยักษ์ใหญ่ คุณก็ไม่ควรมองตัวเองว่าอ่อนแอ
การเปิดบริษัทของคุณเอง

ความหมายของการเริ่มต้นบริษัทคือ คุณจะสูญเสียรายได้ที่มั่นคง คุณจะมีสิทธิ์หยุดได้ตามใจ จะได้โบนัสหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ อย่างไรก็ตาม มันก็หมายความว่า รายได้ของคุณก็จะไม่ถูกจำกัด คุณจะใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและคุณจะไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอีกต่อไป

หากคุณมีความคิดที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ของคุณก็จะแตกต่าง ถ้าคุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่แตกต่างจากคนรอบข้างคุณ ชีวิตของคุณจะแตกต่างจากคนรอบข้างคุณ

โอกาส

ถ้าหากมีข้อเสนอนึงมาแล้วคนส่วนใหญ่ตอบว่า “ใช่” มากกว่า 90%, ผมก็จะทิ้งข้อเสนอนั้นลงถังขยะในทันที

เหตุผลง่ายนิดเดียวคือ ถ้าหากมีคนเยอะขนาดนี้คิดว่าข้อเสนอนี้ดี แสดงว่ามีคนอีกเยอะที่กำลังทำงานนี้อยู่ และโอกาสนั้นมันก็ไม่ได้เป็นของเราแล้ว

credit: hacklife

เป็นไงกันบ้างครับ กับ แจ็ค หม่า หวังว่าทุกท่านได้รับเรื่องราวดีๆจากการอ่านเรื่องนี้กันนะครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SimpleThings เรื่องง่ายๆที่คุณก็ทำได้ สวัสดีครับ